บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด เห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และต้องการร่วมสนองเบื้องพระยุคลบาทตามแนว
พระราชดำริดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการ “น้ำเพื่อชีวิต” หรือ “Water for Life” เป็นโครงการวิจัยการเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียจาก
โรงงานผลิตเบียร์ ด้วยการประยุกต์ตามแนวพระราชดำริธรรมชาติช่วยธรรมชาติ โดยความร่วมมือของหน่วยงานหลักอีก 2 หน่วยงาน ได้แก่
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริและวิทยาลัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด จึงเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องดื่มรายแรก ที่ได้นำระบบบำบัดน้ำเสียจากโครงการแหลมผักเบี้ยฯ
มาทดลองปฏิบัติจริง และได้วางเป้าหมายจะให้เป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ

ผลสำเร็จของโรงงานจะเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสนองเบื้องพระยุคลบาทในการนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป  






นักวิชาการสิ่งแวดล้อมของโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
แหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่
โครงการน้ำเพื่อชีวิต - Water for Life เพื่อทำการก่อสร้างแปลงพืช
บำบัดน้ำเสียที่อาศัยเทคโนโลยีธรรมชาติช่วยธรรมชาติ

น้ำที่ออกจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงาน จะถูกปล่อยเข้าสู่ระบบ
แปลงพืชที่มีความยาวประมาณ 100 เมตร คณะทำงานได้เลือกใช้
ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม กับระบบพืชหญ้ากรองน้ำเสีย มาใช้ในแปลง
ทดลอง ทั้งสองระบบล้วนอาศัยพืชน้ำและจุลินทรีย์ในดินช่วยบำบัด
สิ่งสกปรกจากน้ำเสียเหมือนกัน แตกต่างกันที่วิธีและระยะเวลาใน
การขังน้ำเสียเพื่อบำบัด กล่าวคือ

ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม
ใช้วิธีปล่อยให้น้ำเสียไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีระยะเวลากักน้ำเสียไว้ 1 วัน จากนั้นน้ำเสียที่ปล่อยเข้ามาใหม่จะไปดันน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว
ให้ไหลออกสู่แหล่งน้ำต่อไป

ระบบพืชหญ้ากรองน้ำเสีย
เป็นการปล่อยน้ำเข้าสู่แปลงดิน ขังไว้ 5 วัน จึงปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดไหลออก แล้วปล่อยทิ้งให้แปลงดินแห้ง 2 วัน จึงเริ่มปล่อยน้ำเสีย
เข้าสู่ระบบบำบัดหมุนวนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ในการเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างแปลงบำบัดน้ำเสีย ได้จัดสร้างแปลงทดลองในระยะเริ่มต้น 5 แปลงแต่ละแปลงกว้าง 5 เมตร ยาว 100 เมตร ลึก 1 เมตร บริเวณหัวแปลงสร้างอาคารระบายน้ำล้นพร้อมวาล์วเพื่อควบคุมอัตราการไหลเข้าของน้ำเสียเข้าสู่แปลงพืชบำบัดน้ำเสีย บริเวณด้านท้ายแปลง
ออกแบบให้มีการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบกรองผ่านชั้นดินและไหลเข้าสู่ท่อไปยังรางรับน้ำต่อไป พื้นแปลงดินจะรองด้วยทรายหยาบที่บดอัดแน่น
ชั้นหนึ่งก่อน จึงเทดินผสมทรายทับลงไปอีกชั้น เกลี่ยให้เต็มพื้นที่ แล้วเติมน้ำขังไว้ในแปลงเพื่อให้เนื้อดินชุ่มชื้นและนิ่มพอจะปลูกพืชได้

เมื่อสภาพดินพร้อม จึงนำต้นกล้าพืชที่เตรียมไว้มาปลูก ใช้น้ำเสียจากการผลิตของโรงงานในการอนุบาลต้นกล้าประมาณ 1 สัปดาห์
เพื่อให้ปรับตัว ก่อนจะเริ่มปล่อยน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ชนิดพันธ์พืชที่ใช้ในแปลงทดลอง เป็นพืชที่หาได้ทั่วไปในพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติ ได้แก่ ธูปฤาษี (Typha) พุทธรักษา (Canna) และหญ้าเลี้ยงสัตว์ 2 ชนิด
คือ หญ้าสตาร์ และหญ้าคาลล่า ทำการปลูกพืชแต่ละชนิดในแปลงบำบัดน้ำเสีย ชนิดละ 1 แปลง แปลงที่เหลือ 1 แปลง ไม่มีการปลูกพืช
เนื่องจากใช้เป็นแปลงควบคุม (control unit)



เมื่อพืชที่ใช้ในแปลงทดลองเติบโตเต็มที่ การดูดสารอาหารก็จะลดลงตามระยะเวลาและชนิดของพืชนั้นๆ จึงต้องมีการตัดออก โดยธูปฤาษีจะมีอายุ 90 วัน
ส่วนพุทธรักษา และหญ้าเลี้ยงสัตว์จะมีอายุ 45 วัน โดยทางโรงงานได้จ้างชาวบ้านในชุมชนให้ช่วยดูแล และตัดพืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น
นำไปผลิตเป็นเครื่องจักสาน โครงสำหรับจัดดอกไม้ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมของชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนหญ้าก็นำไปเลี้ยงสัตว์ นับเป็นการกระจายรายได้ให้
กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้ทางคณะทำงานยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อศึกษาการนำของเหลือจากขั้นตอนการผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์
กับชุมชนต่อไป

นอกจากนั้น ในพื้นที่ของโครงการน้ำเพื่อชีวิต - Water for Life ยังได้สร้างศาลาริมน้ำ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สำหรับเป็นแหล่ง
ความรู้เกี่ยวกับโครงการ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงการน้ำเพื่อชีวิต - Water for Life นี้จะเป็นโครงการนำร่องสำหรับบริษัทหรือชุมชนอื่นๆ
ที่จะนำวิธีบำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติช่วยธรรมชาติไปประยุกต์ใช้ต่อไป